
ถ้าสังเกตให้ดีเราจะเห็นว่าหลังช่วง โควิด-19 ที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบในหลายๆ วิถีชีวิต โดยเห็นชัดที่สุดคือวิถีการทำงานที่ต้องปรับเปลี่ยนจากการทำงานในออฟฟิศสู่การทำงานรูปแบบ Hybrid Working จนถึงการกลับมาของ ‘Gig Economy’ ระบบเศรษฐกิจที่ถูกขับเคลื่อนด้วยการทำงานในแบบชั่วคราว โดยเน้นการทำงานด้วยความอิสระและสร้างความยืดหยุ่นมากขึ้น ทำงานแบบจบไปเป็นครั้งๆ
เพราะในยุคที่เทคโนโลยีเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดอาชีพหรือช่องทางทำเงินได้แค่ปลายนิ้วผ่านหน้าจอโทรศัพท์ เช่น Influencer, YouTuber, TikToker, Content Creator, Blogger, ติวเตอร์สอนออนไลน์ หรือนักพัฒนาแอปพลิเคชันต่างๆ เป็นต้น ซึ่งระบบการทำงานในยุคปัจจุบันนี้อาศัยการพัฒนาของอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี เพื่อให้ Gig Economy เติบโตขึ้นได้อย่างรวดเร็ว📈
ทำให้ Gig Economy เป็นเทรนด์ใหม่มาแรงอีกครั้งของแรงงานในตลาดตอนนี้ ข้อมูลจาก World Bank ระบุว่า ประชากรกว่า 154 – 435 ล้านคน หันมาทำงานรูปแบบอิสระมากขึ้น และมากกว่า 43% เป็นคนทำงานวัย Generation Z ซึ่งจากการวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลของ Jobbers พบว่า ตลาด Gig Economy ทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 674.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยคาดการณ์ว่าตลาด Gig Economy ทั่วโลกจะเติบโตถึง 2,522.37 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 15.79% ตั้งแต่ปี 2026 ถ้าเทียบให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น จะเห็นว่าขนาดตลาดของ Gig Economy ในปัจจุบัน เทียบเท่ากับ GDP ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์หรือซาอุดีอาระเบีย ที่ไม่ใช่เพียงส่วนเล็กๆ ของตลาดแรงงาน แต่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยค้ำจุนตลาดแรงงานเลยทีเดียว
จากข้อมูลพบว่าเหล่า Generation Z กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานแบบ Gig Economy ในอัตราที่สูงกว่าคนรุ่นก่อนๆ ผลสำรวจของ Pew Research ระบุว่า 43% ของ Gen Z ทำงานอิสระมากขึ้นเมื่อเทียบกับ Millennials ในวัยเดียวกันกว่า 35% ส่วนหนึ่งจากการมาของยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบรายได้ในระบบเศรษฐกิจ ส่งผลให้ทักษะด้าน AI และทักษะด้านวิศวกรรมเชิงรุกได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าเพื่อนร่วมงานในสาขาเดียวกันถึง 40 – 56% ทำให้สถิติการเกิด Young Millionaire เหล่าคนอายุน้อยที่จับเงินหลักล้านผ่านการทำอาชีพเสริมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงาน The Straits Times ระบุว่า ตลาดของกลุ่มนักสร้างคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์มีมูลค่าสูงถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์ และมีแนวโน้มจะเติบโตไปแตะเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ในอนาคต โดยมี Generation Z ในเอเชียจำนวนมากที่สามารถสร้างยอดขายและรายได้แตะเงินล้านผ่านการทำ Affiliate บน TikTok จากในบ้านของตัวเองโดยไม่ต้องออกไปข้างนอก
ถึงแม้รายได้จะแตกต่างกันไป แต่สถิติปี 2026 ชี้ว่ามีครีเอเตอร์ถึง 45.6% ที่สามารถสร้างรายได้ตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึง 100,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 3.5 แสน – 3.5 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้จะถูกเรียกว่าเป็น ‘Creator Middle Class’ หรือชนชั้นกลางของระบบนิเวศ✨ และยังมีอีก 5.7% ที่สามารถก้าวขึ้นไปทำรายได้ทะลุ 100,000 ดอลลาร์ต่อปีได้สำเร็จ ซึ่งทำให้การเป็นนักทำคลิปปักตะกร้า หรือนัก Affiliate เป็นอาชีพเสริมที่สร้าง Young Millionaire ได้เร็วที่สุดในยุคนี้ เนื่องจากไม่ต้องลงทุนสต็อกสินค้าเองนั่นเอง
เมื่อ Young Millionaire ก้าวขึ้นมาเป็นหัวแถวมากขึ้น เราจึงเห็นภาพอีกด้านของการถือครองสินทรัพย์ที่เปลี่ยนไป จากรายงาน 2024 Study of Wealthy Americans โดย Bank of America Private Bank พบว่า พฤติกรรมการลงทุนของเศรษฐีรุ่นใหม่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยพวกเขาลดการถือครองหุ้นแบบเดิมและหันไปจัดสรรพอร์ตในสินทรัพย์ดิจิทัลสูงถึง 28% และยกให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งอันดับต้นๆ รองจากอสังหาริมทรัพย์
ส่วนอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นสินทรัพย์อันดับ 1 ที่คนทุกเจเนเรชันโปรดปราน โดย 31% ของเศรษฐีรุ่นใหม่ นิยมกลยุทธ์ที่เรียกว่า ‘Rentvesting’ โดยพวกเขาเลือกที่จะเช่าบ้านหรือคอนโดหรูใจกลางเมือง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความคล่องตัว แต่ในขณะเดียวกันก็นำเงินก้อนไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในทำเลศักยภาพเพื่อปล่อยเช่า ให้ผลตอบแทน (Yield) และผู้เช่าเป็นตัวช่วยผ่อนชำระสินทรัพย์นั้นแทนเอง
การมาของ Gig Economy นอกจากก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านวิถีการทำงานแล้ว เราก็ได้เห็นการก้าวขึ้นมาของ Young Millionaire ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการลงทุนของเศรษฐีรุ่นใหม่อย่างสิ้นเชิง จากการหันมาสนใจการถือครองสินทรัพย์ด้านอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เป็นที่รู้กันดีว่าจำนวนเปอร์เซนต์ของ Yield นั้นยิ่งมากย่อมส่งผลดีต่อการลงทุน แน่นอนว่าโครงการที่มีอัตราผลตอบแทนสูง มักอยู่บนทำเลทอง
เฉกเช่นเดียวกับโครงการของแสนสิริ ที่เติบโตท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในแง่ Supply หรือ Demand และยังอยู่บนทำเลศักยภาพ แบบบ้านมีสไตล์โดดเด่น เพียบพร้อมความสะดวกสบาย การเลือกลงทุนบ้านจากแสนสิริ ช่วยสร้างความมั่งคั่งในอนาคตไม่สิ้นสุด สำหรับเหล่านักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนมั่นคงและเติบโตระยะยาว
ดูข้อมูลเพิ่มเติม ที่นี่! https://siri.ly/QjaJaW7
ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก jobbers, hr stacks, ditto thailand, thairath money และ reuters

